ทิปส์การเงิน
ค่าครองชีพ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของคนทำงาน?

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ค่าครองชีพ” กลายเป็นประเด็นที่คนทำงานพูดถึงกันมากขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ที่ได้รับไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละเดือน สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าค่าครองชีพคืออะไร และทำไมถึงส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของเรา การเข้าใจว่าค่าครองชีพมีอะไรบ้าง และความสัมพันธ์ระหว่างค่าครองชีพกับเงินเดือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินและปรับตัวให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น
สารบัญบทความ
- ค่าครองชีพ คืออะไร ความหมายอย่างไร
- ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าครองชีพสูง
- สถานการณ์ค่าครองชีพในประเทศไทยเป็นอย่างไร?
- วิธีรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันและอนาคต
- ค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่อง ควรรู้จักวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ
ค่าครองชีพ คืออะไร ความหมายอย่างไร

ค่าครองชีพ (Cost of Living) คือ ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดที่บุคคลต้องใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เพื่อรักษาระดับการดำรงชีพพื้นฐานให้เป็นปกติ โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในครัวเรือน การคำนวณค่าครองชีพจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงกำลังซื้อของเงินในพื้นที่หรือช่วงเวลาหนึ่ง
การที่ค่าครองชีพสูงหมายถึงการที่ผู้คนต้องใช้จำนวนเงินที่มากขึ้น เพื่อซื้อสินค้าและบริการ เมื่อเปรียบเทียบกับอดีต หรือเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า สถานการณ์แบบนี้จะสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อพนักงานประจำและพนักงานเงินเดือน เพราะหากอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนไม่สามารถไล่ตามค่าครองชีพได้ทัน อาจนำไปสู่ภาวะเงินหมดหรือประสบปัญหาหมุนเงินไม่ทันในแต่ละเดือนได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินส่วนบุคคลในระยะยาว
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าครองชีพสูง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าครองชีพจะเปลี่ยนแปลงตามภาวะเศรษฐกิจ ราคาสินค้า และรายได้ของประชาชน เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวหรือราคาสินค้าสูงขึ้น ก็อาจทำให้เกิดปัญหาค่าครองชีพสูงที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของคุณโดยตรง โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ ได้แก่
- ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation)
เป็นกลไกหลักที่ทำให้ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง การดำรงชีวิตจึงต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นเพื่อรักษาระดับชีวิตแบบเดิม นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ค่าครองชีพโดยรวมสูงขึ้น
- ราคาน้ำมันและพลังงาน
ราคาพลังงานเป็นต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่ส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ (Domino Effect) เมื่อต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องผลักภาระนี้ไปยังผู้บริโภค ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นตามมา
- อุปสงค์และอุปทานของสินค้า
เมื่อมีอุปสงค์ (ความต้องการซื้อ) สูงกว่าอุปทาน (ปริมาณสินค้าที่มี) ราคาของสินค้านั้น ๆ ก็จะสูงขึ้นทันที ตัวอย่างเช่น การขาดแคลนวัตถุดิบหรือสินค้าเกษตรจากภัยพิบัติ ทำให้ต้องใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าจำเป็น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพโดยตรง
- นโยบายภาครัฐและการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
การกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพนักงาน แต่ในทางกลับกันก็อาจเป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้นตามต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระดับค่าครองชีพโดยรวม
- อัตราดอกเบี้ยและหนี้ครัวเรือน
เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผ่อนชำระหนี้สินก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้หลายคนรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน หรือบางช่วงอาจต้องพึ่งเงินฉุกเฉิน เพื่อให้ผ่านพ้นแต่ละเดือนได้
เมื่อค่าครองชีพปรับตัวเพิ่มขึ้น การจัดสรรรายได้และเตรียมเงินฉุกเฉินไว้ใช้ในยามจำเป็น จะช่วยให้คุณรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สถานการณ์ค่าครองชีพในประเทศไทยเป็นอย่างไร?
ค่าครองชีพของไทยในแต่ละจังหวัดนั้นแตกต่างกันออกไปตามสภาพเศรษฐกิจและลักษณะพื้นที่ เมืองท่องเที่ยวหรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ในขณะที่จังหวัดชนบทหรือเมืองรองบางแห่งกลับสามารถใช้ชีวิตได้อย่างประหยัดและมีคุณภาพไม่น้อย
10 อันดับจังหวัดที่ค่าครองชีพต่ำสุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มีค่าครองชีพต่ำสุดส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยและบริการพื้นฐานไม่สูงมาก ทำให้ครัวเรือนสามารถจัดการเงินได้ง่ายขึ้น
- เชียงราย12,207 บาท
- แม่ฮ่องสอน12,816 บาท
- พะเยา13,028 บาท
- ศรีสะเกษ14,492 บาท
- ยะลา15,603 บาท
- กาฬสินธุ์15,802 บาท
- สุโขทัย16,139 บาท
- ตาก16,319 บาท
- ลำปาง16,645 บาท
- อุทัยธานี16,721 บาท
10 อันดับจังหวัดที่ค่าครองชีพสูงสุดในประเทศไทย
จังหวัดที่ติดอันดับค่าครองชีพสูงสุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ หรือจังหวัดที่มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากค่าเช่าหรือค่าผ่อนที่อยู่อาศัยที่แพงกว่าปกติ ซึ่งทำให้ค่าครองชีพ โดยรวมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ภูเก็ต33,150.86 บาท
- กระบี่29,073.90 บาท
- ชลบุรี27,129.51 บาท
- ระยอง24,951.65 บาท
- สุราษฎร์ธานี24,991.02 บาท
- สระบุรี25,607.66 บาท
- ราชบุรี25,476.12 บาท
- อยุธยา24,684.11 บาท
- ชุมพร23,540.14 บาท
- จันทบุรี25,374.26 บาท
*ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2567 (ไม่รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล)
วิธีรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันและอนาคต
มาดูกันว่า 5 วิธีรับมือกับค่าครองชีพที่สูง ถึงแม้จะหยุดการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพไม่ได้ แต่คุณสามารถวางแผนและปรับพฤติกรรมทางการเงินเพื่อรับมือกับปัญหาค่าครองชีพสูงได้
1.สร้างงบประมาณและลดรายจ่ายไม่จำเป็น
เริ่มจากการบันทึกและตรวจสอบการใช้จ่ายในแต่ละเดือนอย่างละเอียด เพื่อระบุว่าเงินของคุณหมดไปกับส่วนใดมากที่สุด การตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นหรือสามารถควบคุมได้ เช่น ค่าสมัครสมาชิกรายเดือนที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือค่าอาหารนอกบ้านที่ราคาสูง ช่วยให้คุณสามารถลดผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นได้ทันที และเหลือเงินออมมากขึ้น
2.เพิ่มทักษะเพื่อเพิ่มรายได้ในงานประจำ
แทนที่จะพึ่งพาการหารายได้เสริมเพียงอย่างเดียว การพัฒนาความสามารถและทักษะที่เกี่ยวข้องกับสายงานหลักของคุณจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของเงินเดือนและตำแหน่งในระยะยาว การมีรายได้หลักที่สูงขึ้นจะช่วยให้รายได้รวมของคุณสามารถไล่ตามค่าครองชีพที่เพิ่มมากขึ้นได้
3.บริหารจัดการหนี้สินอย่างมีวินัย
การมีวินัยในการชำระหนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดภาระดอกเบี้ยสะสมจนกระทบต่อค่าครองชีพของคุณ หากคุณมีภาระหนี้ที่ต้องผ่อนชำระหลายรายการ ควรพิจารณาแนวทางการรวมหนี้เพื่อลดดอกเบี้ยรวมและทำให้การบริหารจัดการหนี้ทำได้ง่ายขึ้น
4.สร้างแหล่งเงินสำรองยามฉุกเฉิน
การมีเงินสำรองเทียบเท่าค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน เป็นเกราะป้องกันทางการเงินที่เหมาะสม เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือความผันผวนของค่าครองชีพ การมีเงินสำรองจะช่วยให้คุณไม่ต้องไปพึ่งพาการกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน
5.รู้จักใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างรับผิดชอบเมื่อจำเป็น
ในบางสถานการณ์ที่ค่าใช้จ่ายจำเป็นเร่งด่วนสูงเกินกว่าเงินออมที่มีอยู่ เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การพิจารณาใช้เครื่องมืออย่างบัตรกดเงินสดหรือ สินเชื่อถูกกฎหมายจากสถาบันที่น่าเชื่อถืออย่าง A money สามารถเป็นทางออกฉุกเฉินได้ แต่คุณควรใช้เท่าที่จำเป็น และต้องประเมินความสามารถในการผ่อนชำระคืน โดยปัจจุบัน A money กำหนดให้คุณสามารถผ่อนชำระเงินคืนขั้นต่ำเพียง 2.5 % ของยอดเงินต้นคงค้างที่ต้องชำระในแต่ละเดือน ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ประจำเดือนของคุณลงได้
ค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่อง ควรรู้จักวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ
เมื่อค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจประสบปัญหารายจ่ายเกินรายรับชั่วคราว โดยเฉพาะในช่วงที่มีเหตุฉุกเฉินหรือรายจ่ายไม่คาดคิด การมีแหล่งเงินทุนสำรองที่เข้าถึงง่ายจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
บัตรกดเงินสด A money สินเชื่อถูกกฎหมาย ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชัน A money บนระบบ iOS, Android, Harmony OS (Huawei) รวมถึงเว็บไซต์ ด้วยจุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวก ได้แก่
- รู้ผลอนุมัติไว สมัครง่ายผ่านแอป A money ไม่ต้องเดินทางไปสาขา
- รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำเพียง 5,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถสมัครได้
- ผ่อนชำระขั้นต่ำเพียง 2.5% ของยอดคงค้าง ช่วยลดภาระรายเดือน
- สมัครได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านช่องทางออนไลน์
- เมื่ออนุมัติแล้ว สามารถกดเงินสดได้ทุกเวลาเมื่อต้องการ
*อัตราดอกเบี้ยเป็น 13%-25% ต่อปี กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ ควรอยู่ภายใต้การวางแผนที่ดี เพื่อให้บัตรกดเงินสดเป็นตัวช่วยเสริมสภาพคล่องไม่ใช่ภาระในระยะยาว การรู้จักใช้เครดิตอย่างมีวินัยและชำระตรงเวลาจะช่วยให้คุณผ่านช่วงค่าครองชีพสูงได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยนั่นเอง
ออนไลน์